สู้กับมะเร็ง ด้วยการแพทย์บูรณาการ

fight-cancer-with-medical

สู้กับมะเร็งด้วยการแพทย์บูรณาการ

โดย น.พ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

มะเร็งยังคงเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง!! จากสถิติพบว่าผู้ชายไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งตับมากที่สุด ส่วนผู้หญิงป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านมมากที่สุด!!การเอาชนะกับโรคมะเร็ง นอกจากจะรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่แล้ว ทุกวันนี้ การรักษามะเร็งแบบทางเลือก ก็เป็นที่พึ่งสำคัญของผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคน ช่วยยืดอายุให้ยาวขึ้น และอยู่อย่างไม่เจ็บปวดไม่ทรมาน

ถามว่ามะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบที่ได้คือ มาจากหลายๆ สาเหตุ อาทิ สาเหตุภายในร่างกายเอง เชื้อชาติ, พันธุกรรม, หรือฮอร์โมน, ยีน ที่มีผลต่อการเป็นมะเร็ง และทุกวันนี้ปัจจัยต่างๆ ล้วนมีพลังและอิทธิพลในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งกับมนุษย์มากที่สุด อาทิ

  • ผลจากการใช้ชีวิตประจำวัน ที่มีโอกาสได้รับการสัมผัสสารก่อมะเร็งโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว เช่น มลภาวะทางอากาศ การถูกแสงอัลตราไวโอเลตจะแสงแดดนาน ๆ การสัมผัสสารหนู การสูบบุหรี่
  • ผลจากการรับประทานอาหาร ซึ่งปัจจุบันมักพบมากขึ้นจากส่วนผสม ที่ใช้ในการปรุงแต่ง สีสันดูน่ารับประทาน สารแต่งกลิ่น ผงชูรส สารกันบูด สารเร่งเนื้อในสัตว์ ก่อให้เกิดการสะสมของสารเคมี หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมการทานอาหาร เช่นรสจัดมากเกินไป ชอบอาหารประเภทหมักดอง หรือทานอาหารปิ้งย่าง แบบแห้งๆ หรือเกือบจะไหม้ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการบริโภคเช่นนี้ทำให้ร่างกายได้รับสารเคมีบางชนิดที่พ่นพิษกับเซลล์ร่างกายโดยตรง บางชนิดก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ แล้วบั่นทอนภูมิต้านทานของร่างกาย บางชนิดก็ยังไม่เห็นโทษในวันนี้ แต่มันจะค่อยๆสะสม จนร่างกายเราต้านทานไม่ไหว
  • ความเครียด เป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะทุกวันนี้อยู่ในยุคของการแข่งขัน เร่งรีบ ภาวะเศรษฐกิจช่วงขาลงทั่วโลก ความเครียดเกิดขึ้นได้กับคนทุกระดับ ความเครียดทำให้อนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ทำให้ภูมิต้านทานภายในตัวลดลง ก็เป็นอีกสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้เช่นกัน

สรุปได้ว่ามะเร็ง คือ เนื้องอกชนิดร้ายที่เกิดขึ้นมาใหม่จากเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย มีการเจริญเติบโตอยู่นอกเหนือการควบคุมของร่างกาย เซลล์มะเร็งจะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเป็นก้อน หรือเป็นแผลมะเร็งขนาดใหญ่

ถ้าคุณมีอาการหรือเริ่มสงสัย อย่านิ่งนอนใจ รีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยก่อน หรือบุคคลที่ต้องการป้องกันสุขภาพ อาจเริ่มต้นด้วยการเจาะเลือด เพื่อวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจหามะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือสารบ่งชี้มะเร็ง 12 รายการ ด้วยการเจาะเลือด หรือผู้ที่มีกำลังซื้อสูงในปัจจุบันวิวัฒนาการและเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก เช่นถ้าอยากรู้ว่าเรามีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง อาจใช้วิธีการตรวจยีน เรียกว่า Gene Test เป็นการตรวจประเมินความเสี่ยงในระดับลึกที่สุด คือลงไปในระดับยีน เราสามารถใช้การตรวจยีนเพื่อตรวจความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ปัจจุบันนี้ตรวจความผิดปกติได้สี่ร้อยกว่ายีน สามารถตรวจระดับชนิดของความผิดปกติได้พันกว่าชนิด ครอบคลุมมะเร็ง 77 ประเภท ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการวางแผนสุขภาพของตัวเอง

การรักษาและบำบัดด้วยการแพทย์บูรณาการ

  1. การใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในการรักษา เทคโนโลยี Hyperthermia นวัตกรรมการรักษามะเร็งแบบใหม่ โดยหลีกเลี่ยงการผ่าตัด การฉายรังสี หรือเคมี

 

ด้วยหลักการทำงาน ของ Radiofrequencies Electro Hyperthermia คือการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าจากภายนอกเพื่อเพิ่มระดับของอุณหภูมิที่ตัวก้อนเนื้องอก โดยพลังงานไฟฟ้านี้ มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความร้อนโดยทำให้มีการเพิ่มระดับอุณหภูมิ ซึ่งมีความจำเพาะ มีขีดจำกัด และระดับของขั้วไฟฟ้านั้น ซึ่งเราสามารถเลือกระดับพลังงาน ระยะเวลา ในการตอบสนองการรักษาเพื่อให้มีความสัมพันธ์กับลักษณะของเนื้อเยื่อ ต่อการทำการรักษา และแต่ละชนิดของก้อนเนื้องอกของแต่ละบุคคลได้

  • การบำบัดด้วยอุณหภูมิเฉพาะที่ด้วย Local Hyperthermia เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการรักษาโดยวิธีใช้สารเคมี หรือรังสี

ปัจจัยสำคัญสำหรับการต่อสู้กับมะเร็ง คือการบำบัดด้วยอุณหภูมิความร้อน ช่วยทำให้ก้อนมะเร็งเกิดความร้อนสูงขึ้น มีผลให้เกิดการทำลายเซลล์มะเร็ง ด้วยอุณหภูมิที่ 41 – 43 องศาเซลเซียส การปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้น ทำให้ไปลดความสามารถในการเจริญเติบโตของมะเร็ง มีผลให้เลือดมาเลี้ยงเซลล์ปกติที่อยู่รอบๆ เซลล์มะเร็งได้มากขึ้น แต่เลือดเหล่านี้สามารถเข้าสู่ก้อนมะเร็งได้น้อยลง มีผลต่อเซลล์มะเร็ง คือ

  • เซลล์มะเร็งขาดอออกซิเจน (Hypoxia)
  • รอบๆ เซลล์มะเร็งเกิดสภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • เซลล์มะเร็งขาดสารอาหารซึ่งมีผลให้เซลล์มะเร็งตายหรือหยุดการเจริญเติบโต
  • การบำบัดด้วยอุณหภูมิทั้งระบบด้วย Systemic Hyperthermia

การรักษาด้วยอุณหภูมิทั้งระบบ วิธีการนี้เป็นการใช้ความร้อนกับทุกระบบของร่างกาย ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างช้าๆ จนถึง 39 องศาเซลเซียส ด้วยน้ำที่ถูกฉาบด้วยรังสีอินฟาเรด ชนิดเอ ด้วยคุณสมบัติพิเศษช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายต่อตัวผู้ป่วยมากที่สุด การรักษาด้วยวิธีนี้ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และเกิดเมตาบอลิซึมที่เหมาะสม

 

  1. การล้างสารพิษและขับของเสียออกจากร่างกาย การล้างสารพิษและสารโลหะหนักออกจากร่างกาย เพื่อเป็นการฟื้นฟูหลอดเลือด ด้วยการทำ Detoxification ขับของเสีย โปรตีนจากเซลล์ที่ตาย อันเนื่องมาจากการอักเสบ การตายของเนื้อเยื่อใจกลางของมะเร็ง คีโมบำบัด และรังสีบำบัด
  • การสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ เป็นวิธีกระตุ้นตับให้ขจัดสารพิษออกจากร่างกายให้ได้มากที่สุด เมื่อเราใส่กาแฟเข้าทางทวารหนักการดูดซึมของกาแฟจะเข้าทางเส้นเลือดดำของลำไส้ใหญ่
  • การทำคีเลชั่น คือการรักษา และล้างสารพิษทางหลอดเลือด และการฟื้นฟูเส้นเลือด ช่วยทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ลดการสะสมของสารพิษที่เกาะตามผนัง หลอดเลือด หรือสารโลหะส่วนเกินที่ตกค้างในน้ำเลือด
  1. การฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ (Cell Therapy) โดยใช้สารสกัด ออร์กาโนเปปไทด์ช่วยในการฟื้นฟู ซ่อมแซม บำรุง เซลล์ของอวัยวะทุกอวัยวะของร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้เซลล์ของอวัยวะที่เริ่มสึกหรอ หรือสึกหรออย่างรุนแรงแต่ยังไม่ตาย และสารสกัดของเซลล์ออร์กาโนเปปไทด์ ช่วยทำให้เซลล์ที่สึกหรอนั้น กลับมาทำงานได้ใหม่ แข็งแรง สามารถใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย อย่างได้ผลดี โดยไม่มีผลข้างเคียง
  2. การรักษาด้วยออกซิเจน (AIRNERGY) เป็นรูปแบบของการรักษาโดยการหายใจเข้าไป โดยเครื่อง Airnergy เพิ่มปริมาณของออกซิเจนในอากาศที่หายใจเข้าไป มีผลต่อการดูดซับของเซลล์ร่างกาย ใช้เวลาครั้งละ 20 – 30 นาที ใช้ร่วมกับการรักษา ด้วยอุณหภูมิบำบัด
  3. โภชนาการเพื่อการรักษามะเร็ง ด้วยอาหารสูตรจำเพาะ โดยการใช้หลักการของนายแพทย์แมกซ์ ซี เกอร์สัน ด้วยสูตรเฉพาะที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง อาทิ เพิ่มความสมบูรณ์ของสารอาหาร จากการดื่มน้ำผัก – ผลไม้ สด ทุกๆ ชั่วโมง วันละ 13 แก้ว ร่วมกับการรับประทานอาหารแนวเกอร์สัน งดอาหารประเภทไขมันหรือจำกัดให้อยู่ในปริมาณน้อย จำกัดปริมาณโปรตีนจากสัตว์ หลีกเลี่ยงสารนิโคลติน อาหารผสมสี ลดหรือจำกัดเกลือโซเดียม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดวงจรอาหารจากสัตว์ และพืชบางชนิด เพื่อไม่ให้ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งยุบหรือฝ่อตัวไป
  4. โภชนาการเพื่อการรักษามะเร็ง ด้วยอาหารสูตรจำเพาะ โดยการใช้หลักการของนายแพทย์แมกซ์ ซี เกอร์สัน ด้วยสูตรเฉพาะที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง อาทิ เพิ่มความสมบูรณ์ของสารอาหาร จากการดื่มน้ำผัก – ผลไม้ สด ทุกๆ ชั่วโมง วันละ 13 แก้ว ร่วมกับการรับประทานอาหารแนวเกอร์สัน งดอาหารประเภทไขมันหรือจำกัดให้อยู่ในปริมาณน้อย จำกัดปริมาณโปรตีนจากสัตว์ หลีกเลี่ยงสารนิโคลติน อาหารผสมสี ลดหรือจำกัดเกลือโซเดียม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดวงจรอาหารจากสัตว์ และพืชบางชนิด เพื่อไม่ให้ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งยุบหรือฝ่อตัวไป
  5. การใช้วิตามินเสริม วิตามินเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเสริมภูมิต้านทานได้แก่ วิตามินซีขนาดสูงเพื่อป้องกันการลุกลามของมะเร็ง และวิตามินต้านอนุมูลอิสระ
  6. การบำบัดอาการอื่นๆ วิธีการนี้เป็นการใช้ผสมผสานในการรักษาอาการที่อาจจะเป็นอยู่ เช่น อาการปวด อาจใช้วิธีการ ฝังเข็ม หรือการนวดปรับสมดุล

ซึ่งการรักษาแบบบูรณาการ มีข้อดีคือ ผู้ป่วยสามารถเลือกรับการรักษาด้วยวิธีที่ปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ไม่เจ็บปวด และยืดอายุให้ยืนยาวขึ้นได้ ซึ่งบางรายสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และทำงานช่วยเหลือสังคม ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อไปก็มี ด้วยการปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ฝากถึงท่านที่เพิ่งรู้ตัวเองว่าป่วยเป็นมะเร็งอย่าตกใจ มีสติ และมีวิธีการรักษาหลายวิธี ถ้ารู้เร็ว รู้ก่อน ก็จะมีโอกาสรักษาได้ก่อน

ที่มา : http://www.absolute-health.org/thai/article-th-008.htm

banner2

About database