วิธีบำบัดอาการปวดเท้าอย่างได้ผล แก้อาการปวดเมื่อยๆ หากต้องยืนนานๆ

alternative-medicine-1327808_1280

วิธีแก้อาการปวดเมื่อยเท้า หากต้องยืนนานๆ

ปวดขา


ยืนทำงาน ปวดเมื่อยล้า

บางอาชีพจำเป็นต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน ๆ จะนั่งก็ไม่ได้ อย่างเช่นอาชีพพนักงานขายตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ต้องยืนทำงานนานหลายชั่วโมง จนมีอาการปวดขา เมื่อยล้าตามมา จะทำอย่างไรถึงจะบรรเทาอาการปวดเมื่อยล้าได้ เรื่องนี้ ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ มีคำแนะนำมาบอกกัน

          สำหรับเรื่องนี้ ต้องบอกว่าการทำงานของแต่ละคนมีความหลากหลาย โดยเฉพาะงานที่ต้องยืนต่อเนื่องกันนาน ๆ ย่อมส่งผลต่อสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะพนักงานขายสินค้าในห้าง พบว่าร้อยละ 70 มีอาการปวดบริเวณน่อง ตามด้วยเท้า (ร้อยละ 36) ต้นขา (ร้อยละ 33) หลัง (ร้อยละ 27) และส่วนอื่น ๆ เช่น ไหล่ และหลังส่วนบนอีกเล็กน้อย

          อาการปวดหลายแห่งของพนักงานเหล่านี้ ระยะยาวอาจทำให้อาการลุกลามเป็นมากขึ้นและเรื้อรังได้ วิธีการปรับสภาพการทำงานและการปฏิบัติตัวของผู้ยืนทำงานที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ปวดขา

          ก่อนอื่นควรรู้ว่าผลเสียของการยืนนาน ๆ มีอาการหลายอย่าง เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อน่องและต้นขา อาการปวดเมื่อยเท้า หลอดเลือดขอด ปวดเข่าและหลัง สามารถป้องกันผลเสียจากการยืนนานได้ด้วยตนเอง ดังต่อไปนี้

           1. ยืนบนพื้นนิ่ม พื้นที่นิ่มลดแรงกดที่เท้าได้ อาจใช้พรมเช็ดเท้านิ่ม ๆ ไม่จำเป็นต้องไปซื้อพรมสำหรับยืนที่มีราคาแพง สามารถทดสอบพรมได้ด้วยการถอดรองเท้ายืนบนพรมนั้น หลังจากนั้นลองยืนเท้าเดียว ถ้ารู้สึกว่าสบายเท้า และยืนได้มั่นคงถือว่าใช้ได้

           2. ใส่รองเท้าที่มีพื้นนิ่มและหลวมเล็กน้อย รองเท้าที่มีพื้นนิ่มช่วยลดแรงกดไปที่เท้าได้ เช่นเดียวกับพื้นที่นิ่ม ส่วนการที่ต้องเลือกรองเท้าหลวมเพราะตกเย็นเท้าของท่านอาจบวมได้เล็กน้อยจากการยืนนาน

           3. ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงในการทำงาน กรณีที่เจ็บส้นเท้ามาก อาจใส่รองเท้าส้นสูงได้ แต่ไม่เกิน 2 นิ้ว เพื่อช่วยลดแรงกดที่ส้นเท้า

           4. ยืนเท้าโต๊ะสูงหรือตู้ขายสินค้า โดยใช้แขนหรือศอกรับน้ำหนักตัวทางด้านหน้า สลับกับการใช้ก้นหรือหลังพิงผนังเป็นครั้งคราว เพื่อลดน้ำหนักกดที่กระทำต่อหลังและเท้า

           5. พักการยืนบ่อย ๆ หย่อนขาข้างหนึ่ง หรืออาจใช้ที่วางเท้าเป็นบล็อกสูงจากพื้นประมาณ 4-6 นิ้ว

           6. ใช้เก้าอี้แบบกึ่งนั่งกึ่งยืน กรณีของพนักงานเคาน์เตอร์หรือการทำงานในโรงงาน

           7. ยืนสลับนั่ง แต่ต้องจัดสภาพงานให้เหมาะสม เช่น โต๊ะยืนทำงานไม่ควรเตี้ยเกินไปจนต้องก้มหลัง อาจจัดโต๊ะให้ทำงาน 2 ชุด คือชุดยืนและนั่งทำงาน แล้วให้ทำงานสลับหน้าที่กันเป็นระยะ ๆ

           8. เมื่อรู้สึกเมื่อย ให้เดินไปมาสัก 2-3 นาที จึงค่อยนั่งลง ยกขาทั้ง 2 ข้างพาดบนที่นั่งของเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง ให้เท้าอยู่สูงประมาณระดับเข่า เพื่อช่วยเลือดจากขากลับเข้าสู่หัวใจดีขึ้น ป้องกันหลอดเลือดขอด มีโอกาสพักอย่ายืนคุย ให้นั่งยกขาพาดเก้าอี้ อาจจะกระดกปลายเท้าสลับกันซ้าย-ขวาร่วมด้วย

           9. กลับถึงบ้านให้นอนเอาเท้ายันกับกำแพง ให้เท้าอยู่สูงจากพื้นประมาณครึ่งเมตร แล้วกระดกปลายเท้าขึ้นสลับกันทั้ง 2 ข้าง ทำประมาณ 10 นาที ออกกำลังด้วยการเดิน วิ่ง หรือว่ายน้ำ เป็นเวลา 15-20 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงขา พักผ่อนด้วยการนอนให้พอเพียงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง สำหรับการออกกำลังกายเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องยืนทำงานนาน ๆ

6 วิธีบำบัดอาการปวดเท้า อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลจริง

กระดูกส่วนเท้าและขาของมนุษย์มีการเชื่อมต่อกัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเวลาคุณมีอาการบาดเจ็บที่เท้าหรือนิ้วเท้า จะรู้สึกปวดมาถึงขาได้ อาการเจ็บปวดดังกล่าว ส่งผลมาจากอาการเหล่านี้ การซ้นของกระดูก โรคไขข้อ แผลข้าวโพดที่นิ้วเท้า การงอกของเล็บ

ตำราแพทย์โบราณของจีนเชื่อว่า อวัยวะของคุณ จะเชื่อมต่อกับเท้าและนิ้วเท้า การทำความสะอาดเท้าเป็นการขจัดสารพิษจากร่างกายอีกวิธีหนึ่ง และยังมีวิธีอีกมากมายที่ช่วยลดอาการปวดของเท้า เช่น

 

-การยืดกล้ามเนื้อ แก้ปัญหาปวดเท้า
ทำได้โดย เหยียดขาตรง ในตอนตื่นนอนตอนเช้า ทำประมาณ 5 นาที จะช่วยยืดกล้ามเนื้อเท้าได้
-ยืนบนส้นเท้า
ลองยืนบนส้นเท้าทั้งสอง และยกเท้าส่วนหน้าขึ้น ทิ้งน้ำหนักไปที่ส้นเท้า ทำแบบนี้ประมาณ 5 ครั้ง
-ยกนิ้วเท้า
ยืนตัวตรง พร้อมยกนิ้วเท้า 4 นิ้ว ยกเว้นนิ้วโป้งเท้า สลับกับ การยกนิ้วโป้งเท้า แต่ไม่ยก 4 นิ้วที่เหลือ จะช่วยบริหารนิ้วเท้าได้ดี
-ลูกบอลเท้า
วางลูกบอลบริหารเท้าตรงกลางเท้า ยืนทิ้งน้ำหนักไปด้านหน้าของเท้า ทำประมาณสิบครั้ง
-ลูกเทนนิสช่วยได้
เพียงแค่ยืนทิ้งน้ำหนักไปที่กลางเท้าบนลูกเทนนิส สลับกับการลงมายืนบนพื้นปกติ ทำแบบนี้ประมาณ 15 นาที
-ยืดกล้ามเนื้อขาและเท้า
นั่งเหยียดขาตรง ยืดแขนไปให้นิ้วมือแตะกับนิ้วเท้า ใช้มือดึงเท้ากลับมาหาตัว

วิธีง่ายๆเพียงแค่นี้ ก็ช่วยลดอาการเจ็บปวดของเท้าได้อย่างดีเลยล่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : www.healthyfoodstar.com , www.share-si.com , health.kapook.com

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : incrystalbiz.com

About Manat Zaa