ความแตกต่างระหว่าง ลูกจ้างและเจ้าของธุรกิจ

 

11

 

ที่มาและความต่างกันของ ลูกจ้างและเจ้าของธุรกิจ

 
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอเริ่มบทความของเราด้วย ข้อความ แนวคิด รวมทั้งสถิติที่น่าสนใจของรุ่นพี่ท่านหนึ่งซึ่งโพสไว้ในเวปบอร์ด “thaiSEOBoard” ซึ่งเป็นสิ่งทีี่น่าสนใจมากๆลองอ่านกันที่ด้านล่างดูได้เลยนะครับ
 

 
เป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้วที่เราคุ้นเคยกับการเรียนสูงๆ เพื่อเป้าหมายในการได้งานดีๆเงินเดือนสูงๆ จริงๆมันก็ไม่แปลกที่เราจะคิดแบบนี้เพราะจำความได้ค่านิยมทางความคิดนี้ก็ถูกปลูกฝังมาเลย เราจะได้ยินทั้งพี่ ป้า น้า อา พ่อแม่ สอนคล้ายๆกันว่า “จงเรียนสูงๆจะได้มีงานดีๆทำ” พอเราทุกคนเรียนจบออกมาก็แห่ไปสมัครงานจนล้นตลาด หมดอัตราจ้าง ตกงานกันเป็นแถบ
 
 
 
 
ถ้าเราอยากจะมีชีวิตที่แตกต่าง เราต้องเปลี่ยนค่านิยมทางความคิดของตัวเองออกจากกรอบเพราะการศึกษาไม่เคยบังคับว่าจบแล้วต้องไปเป็นลูกจ้าง
 
ที่อเมริกา มีมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อในเรื่องสร้างผู้นำทางธุรกิจอย่าง Harvard และ Stanford ที่มี Online Entrepreneur คือ มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก, แลรี่ เพจ และ เซอร์จี บริน ตามลำดับ  และยังมีอีกแห่งที่เป็นตัวอย่างที่ดี คือ MIT  มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีตัวเลขที่น่าทึ่ง
 
บัณฑิต Stanford จำนวน 140,000 คนได้เป็นผู้ประกอบการ 39,900 บริษัท หรือ 29% สร้างรายได้รวมทุกบริษัทต่อปีเฉลี่ย 2.7 ล้านล้านเหรียญ
 
บัณฑิต MIT จำนวน 105,000 คนได้เป็นผู้ประกอบการ 25,800 บริษัท หรือ 25% conversion rate สร้างรายได้รวมทุกบริษัทต่อปีเฉลี่ย 2 ล้านล้านเหรียญ
 
 
 
 
มหาวิทยาลัยเหล่านี้กำลังกลายเป็น Land Mark ของคนอยากเป็นผู้ประกอบการ 
แนวโน้มของวัฒนธรรมการเรียนในอนาคตคือ ว่าที่นักศึกษาใหม่เริ่มมุ่งแสวงหาสำนักที่ไม่ใช่การเพื่อจบมาเป็นลูกจ้างเพียงเท่านั้น… แต่จบมาเพื่อเป็นผู้ประกอบการคือเป้าหมายสูงสุด
 
แต่ในความเป็นจริงเราไม่ต้องรอความหวังที่จะไป Havard, Stanford หรือ MIT เพราะโอกาสบ่อยครั้งเริ่มที่ตัวเรา และสิ่งสำคัญที่จะผลักดันความสำเร็จคือ ความคิด ความรู้ เป้าหมาย แผนงาน และการลงมือทำ”
 
 
ก่อนอื่นเรามาดูที่มาของทั้งสองประเภทเลยนะครับ
 
Employee(ลูกจ้าง)
 
ในความจริงแล้วนั้น ลูกจ้างเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ เพราะลูกจ้างนั้นเพิ่งจะเกิดมาได้แบบจริงๆจังๆ ก็ช่วงเริ่มเข้าสู่ “ยุคอุตสาหกรรม“นั้นเอง
 
 
 
 
ความต้องการ ลูกจ้าง มีเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ทำให้รัฐบาลต้องสนองความต้องการ โดยการให้การศึกษาแก่คนหมู่มาก โดยใช้ การศึกษา ที่ใช้ระบบ “การศึกษาแบบปรัสเซียน” ซึ่งระบบการศึกษานี้ ถูกนำมาใช้กับโรงเรียนในยุคปัจจุบัน “โดยใช้กันอย่าวทั่วโลก”
 
ซึ่งหากเรามองให้ลึกถึงเบื้องหลังการทำงานของระบบการศึกษานี้เราจะพบว่า ระบบการศึกษาแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ
ผลิตทหาร ลูกจ้าง หรือ บุคคลที่ต้องการรับคำสั่งอย่างเดียวเท่านั้น
 
และแน่นอนว่า ระบบการศึกษาแบบปรัสเซียนนั้น เป็นระบบที่ดีมากในการผลิตลูกจ้าง ที่พร้อมที่จะทำตามคำสั่งอย่างเดียว
 
 
Business Owner(เจ้าของธุรกิจ)
 
เจ้าของธุรกิจนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ใหม่ เพราะเจ้าของธุรกิจนั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ “ยุคสมัยเกษตรกรรม”ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ ผู้คนทำเกษตร ปศุสัตว์ ค้าขาย ทำขนมปังทำเทียน เป็นช่างตีดาบ หรืออื่นๆ ซึ่งผู้คนเหล่านั้นไม่ได้รับค่าจ้างจากพระราชา แต่กลับกันพวกเขาต้องจ่ายภาษีให้กับพระราชา เพราะที่พวกเขานั้น
จะได้มีสิทธิ์ทำมาหากินอยู่บนผืนแผ่นดินของพระราชานั่นเอง
 
ซึ่งนามสกุลของพวกเขานั้นก็จะบ่งบอก อาชีพที่พวกเขาทำด้วย เช่น will smith (นักแสดงชื่อดัง)ซึ่งนามสกุลของเขาก็บ่งบอกได้เลยว่า บรรพบุรุษของเขานั้นเป็นช่างตีดาบ (Black Smith) หรือ Simon Baker (ผู้กำกับและนักแสดงชื่อดัง) นามสกุลของเขาก็บอกกับเราว่า บรรพบุรุษของเขานั้น มีอาชีพทำขนมปัง(Bakery)นั่นเอง
 
simon baker
Will Smith
 
 
เมื่อเราทราบประวัติของงานทั้งสองประเภท(E,B)แล้วต่อไปเรามาดูเรื่อง แนวคิดแบบเปรียบเทียบชัดๆอีกรอบนะครับ
 
 
Business Owner(เจ้าของธุรกิจ)
ถูกผลักดันโดย การมองเห็นโอกาส
Employee(ลูกจ้าง)
ถูกผลักดันด้วย ทรัพยากรที่มีอยู่
 
Business Owner(เจ้าของธุรกิจ)
โครงสร้างการจัดการ เป็นแนวราบ ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงกันมากมาย
Employee(ลูกจ้าง)
โครงสร้างการจัดการ เป็นแนวดิ่ง ที่มีระดับชั้นซ้อนสูงกันหลายชั้น
 
Business Owner(เจ้าของธุรกิจ)
กระตุ้นการทำงานด้วย คุณค่า และความสำเร็จ ของทีม
Employee(ลูกจ้าง)
กระตุ้นการทำงานด้วย ความมั่นคง และการเลื่อนตำแหน่ง
 
Business Owner(เจ้าของธุรกิจ)
เรียนรู้ตลอดเวลา ไม่มีวันจบการศึกษา
Employee(ลูกจ้าง)
เรียนรู้เฉพาะเรื่องที่ถูกสั่ง มีวันจบการศึกษา
 
สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า การจะเป็นลูกจ้าง(E) หรือเจ้าของธุรกิจนั้น(B) มันเกิดจากการฝึกฝนทั้งสิ้นเพียงแต่การที่จะเป็น ลูกจ้าง(E)นั้น มันง่ายเพราะเราถูกฝึกฝนไว้ตั้งแต่ เราเข้าโรงเรียนแล้ว(ตั้งกี่สิบปี)
 
ดังนั้น การที่จะมาทำให้เรามีแนวคิดและวิธีการทำแบบเจ้าของธุรกิจนั้นมันเป็นสิ่งที่ยากยิ่งมากเพราะต้องฝึกฝนถึงระดับจิตวิญญาณกันเลยทีเดียว
 
แต่ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะครับ ถ้าหากเราขยันหาความรู้และมีโอกาสที่ดีก็จะทำให้เรามีแนวคิดและวิธีการทำแบบเจ้าธุรกิจสุดท้ายทุกท่านก็จะประสพความสำเร็จไปเอง
 
และผลลัพธ์สำหรับความสำเร็จของทุกท่านคือ คันนี้ครับ ^^
 
 
 

 
 
ขอบคุณที่มา : 1stfreebusi
บทความโดย : 

About Manat Zaa