เลือกลิปสติกยังไงดี ก็มีตั้งหลายเนื้อ

lipstic1

สาวๆ รู้หรือไม่ว่าลิปสติกมีหลายเนื้อหลายแบบ มีเนื้ออะไรบ้าง วันนี้ incrystalbiz จะพาสาวๆ มารู้จักเนื้อลิปสติกทั้งหมดกัน เวลาที่เราไปซื้อลิปสติกแล้ว มีคำอธิบายรายละเอียดของลิปสติกเราจะได้รู้ว่า เป็นเนื้อแบบไหน ไปหาคำตอบกันเลยค่ะ

 

1. ลิปสติกเนื้อเชียร์และซาติน (Sheer and Satin Lipstick)

 

Shiseido-Perfect-Rouge-Tender-Sheer-lipsticks-spring-2013

ลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินมีสีสันเพียงบาง ๆ มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เยอะ ให้ความมันวาวได้ดีระดับหนึ่ง ใช้เพื่อเน้นสีสันธรรมชาติของริมฝีปากให้ชัดเจนขึ้นหรือเติมสีสันใหม่ลงไปเพียงจาง ๆ เท่านั้น สามารถใช้แทนลิปบาล์มเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากไปพร้อม ๆ กับให้สีสันใส ๆ เป็นธรรมชาติ

เมื่ออยู่ในแท่งอาจดูมีสีเข้ม แต่จะอ่อนลงมากเมื่อนำมาใช้จริง ด้วยเม็ดสีที่ไม่แน่นทำให้มันเหมาะกับผู้ที่ไม่ปรารถนาการใช้ลิปสติกสีจัด และไม่อยากทาลิปกลอสให้เหนียวเหนอะริมฝีปาก อย่างไรก็ดีลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินนี้สามารถทาทับได้หลายครั้งโดยไม่เป็นคราบนะคะ

 

2. ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick)

IMG_0025

ลิปสติกเนื้อครีมอัดแน่นไปด้วยเม็ดสี จึงให้สีสันที่จัดจ้านและชัดเจน ส่วนใหญ่จะใช้พู่กันลิปสติกในการทาลงที่ริมฝีปากเพื่อความสม่ำเสมอของพื้นผิวและสีสัน

รวมทั้งใช้ร่วมกับดินสอเขียนขอบปากสีเดียวกันหรือสีที่เท่ากับสีธรรมชาติของริมฝีปาก เพื่อป้องกันไม่ให้ลิปสติกเปรอะเปื้อนออกนอกขอบเขตอีกด้วย

 

3. ลิปสติกเนื้อแมท (Matte Lipstick)

Matte-Lipstick

ลิปสติกเนื้อแมท ให้มีเม็ดสีที่แน่น ให้สีสันที่ชัดเจนโดยปราศจากความเงาวาวโดยสิ้นเชิง สามารถช่วยให้ริมฝีปากดูเรียวเล็กลงได้ด้วยการเลือกใช้สีสดใสหรือสีเข้มจัด แต่ก็มักเน้นให้เห็นริ้วรอยบนริมฝีปากด้วย

เนื้อลิปสติกที่ไร้ซึ่งความมันวาวมักทำให้ริมฝีปากแห้งได้ง่าย หากต้องการทาลิปสติกเนื้อแมทให้สวยจึงควรทาลิปบาล์มเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากเสียก่อน รวมทั้งเลือกใช้ลิปสติกเนื้อแมทที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและอโลเวรา ก็จะช่วยให้เรียวปากชุ่มชื้นและเนียนขึ้นได้นะคะ

 

4. ลิปสติกที่ให้ความแวววาว (Shine Lipstick)

Estée Lauder Pure Color Vivid Shine Lipstick Luminizer in Gunmetal Luminizer over Lancome L'Absolu Nu Replenishing and Enhancing Lipcolor in 313 Rouge Resille Swatch

ลิปสติกแบบมันวาวมีส่วนผสมของกลิตเตอร์เล็ก ๆ ที่ให้ประกาย รวมทั้งให้ความมันวาวแบบกลอสซี่ จึงทำให้ริมฝีปากดูเต็มและอวบอิ่ม

อย่างไรก็ดีควรหลีกเลี่ยงการทาลิปสติกชนิดนี้ลงบนริมฝีปากที่แห้งลอก เพราะจะยิ่งเน้นให้เห็นข้อบกพร่องของริมฝีปากได้ชัดเจน

 

5. ฟรอสตี้ลิปสติก (Frosty หรือ Pearlescent Lipstick)

10p0rd1

ฟรอสตี้ลิปสติกมีประกายเล็กละเอียดแบบประกายมุก สีออกเหลืองขาวเล็กน้อย แต่ไม่มันวาวเท่ากับ Shine Lipstick มันเป็นที่นิยมมากในยุค 80’s

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ลิปสติกประเภทนี้ ต้องเลือกสีที่เข้ากันได้กับสีผิวและสีอันเดอร์โทนของของผู้ใช้ ไม่เช่นนั้นอาจได้ลุคที่ดูป่วยและประหลาดเกินไปนะจ๊ะ

 

6. ลิปกลอสและทินท์

C0C1C1382_zps2b9a61ae

แม้ลิปกลอสและทินท์จะไม่ใช่ลิปสติก แต่ก็จัดอยู่ในพวกที่ให้สีสันกับริมฝีปาก ทั้งลิปกลอสและทินท์มักใช้คู่กัน โดยใช้ทินท์เพิ่มสีสันให้ริมฝีปาก และใช้กลอสทาทับเพื่อเพิ่มความแวววาว ทั้งนี้ไม่นิยมใช้ลิปกลอสเดี่ยว ๆ โดยไม่ทาทินท์หรือลิปสติกที่ริมฝีปากเสียก่อนนะคะ

รู้แบบนี้แล้ว สาวๆ อย่างเราก็สามารถเลือกซื้อลิปสติกได้ถูกต้องและตรงใจเราที่สุดได้แล้วค่ะ ไหนๆ ก็พูดเรื่องลิปสติกแล้ว เราจะไม่พูดถึงการบำรุงฟื้นฟูริมฝีปากได้อย่างไร วันนี้ incrystalbiz ยังมีเคล็ดลับดีๆ แสนง่ายดายมาฝากอีกด้วย ไปดูกันเลยค่ะ

ก่อนนอนเราจะต้องอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ดังนั้นก็ไม่ควรลืมล้างริมฝีปากของเราด้วยนะคะ

  1. เวลาล้างหน้า ให้ล้างริมฝีปากด้วย โดยใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้า ฟอกล้างบริเวณริมฝีปากด้วยค่ะ แล้วล้างออกให้สะอาดตามปกติ
  2. เช็ดหน้าให้แห้ง แล้วทาวาสลีนบำรุงริมฝีปากของเรา หากซีดไปแนะนำให้ใช้อุทัยทิพย์แตะบางๆ หลังทาวาสลีนค่ะ

เรื่องง่ายๆ ที่จะทำให้ริมฝีปากสวยอิ่มแม้ต้องใช้ลิปกลอส หรือ ลิปสีเนื้อต่างๆ มาทั้งวันก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมขั้นตอนการบำรุงนี้นะคะ ไม่เช่นนั้นสาวๆ อาจจะต้องเผชิญกับปัญหาริมฝีปากคล้ำแน่ๆ ค่ะ

เรียบเรียงโดย : incrystalbiz
ขอบคุณข้อมูลโดย : girlsallaround.com

About Manat Zaa