ริชาร์ด แบรนสัน แชร์วิธีคิดแสนล้าน สำหรับคนรุ่นใหม่

2015-12-17-1

 

ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) เจ้าของ Virgin Record, Virgin Airlines และ Serial entrepreneur กว่า 400 บริษัททั่วโลกรวมมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 4.9 พันล้านเหรียญ หรือ 171,000 ล้านบาท แบ่งปันวิธีคิดสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่อยากเป็นนายตัวเอง

ริชาร์ด แบรนสัน เลิกเรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นมัธยม เริ่มทำอาชีพส่วนตัวตั้งแต่อายุ 16 ปี จากประสบการณ์การทำอาชีพส่วนตัวเล็กๆไปจนถึงจุดที่เป็นเจ้าของบริษัทขนาด ใหญ่ เขาเตือนว่า การเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์อันน่าตื่นเต้นเป็นผลงานที่มีรูปธรรมเป็นงาน หนัก

…การเป็นผู้ประกอบการเป็นเรื่องน่า ภาคภูมิใจและให้ผลตอบแทนกับชีวิตมากมาย แต่ระหว่างทางสู่ผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ถูกท้าทายด้วยความเสี่ยงสุดประมาณ…

ผู้ประกอบการหน้าใหม่รายย่อยจำนวนมาก ปิดตัวลงภายในสองปีแรกของการก่อตั้งกิจการ ดังนั้นก่อนที่คุณจะเสี่ยงละทิ้งความมั่นคงของงานประจำและเงินเดือน จงตรวจดูและทดลองตลาดให้แน่ใจในระดับหนึ่งว่าความเสี่ยงนั้นมีความเป็นไปได้ และคุ้มค่าที่จะลงมือลุย

ตอนที่ ริชาร์ด แบรนสัน ตัดสินใจก่อตั้ง Virgin Records เขามีธุรกิจ นิตยสารกลุ่มนักเรียน เป็นตัวหลักอยู่แล้ว เขาศึกษาตลาดจนแน่ใจในระดับหนึ่งว่าธุรกิจเพลงมาแน่ จึงกระโดดไปลุยกับ Virgin Records อย่างจริงจัง และเป็นช่วงที่ธุรกิจนิตยสารเริ่มอิ่มตัวพอดี ผลลัพธ์ทำให้ Virgin Records เติบโตกลายเป็นรายได้หลักแซงหน้าธุรกิจนิตยสารกลุ่มนักเรียนอย่างเหมาะเจาะ

ถนนสู่การเป็นนายตัวเองเปิดกว้างขึ้น

ปัจจุบัน คุณสามารถศึกษาและทดสอบตลาดได้ง่ายกว่าสมัยก่อนและสามารถทำได้ระหว่างทำงาน ประจำ เพราะระบบ Crowd funding อย่าง Kick Starter, และ Indiegogo เป็นช่องทางเสนอไอเดียธุรกิจด้วยวิดีโอคลิปโดยไม่ต้องเสี่ยงสร้างธุรกิจใดๆ ขึ้นมาก่อน

หากไอเดียของคุณน่าสนใจและมีความเป็นไป ได้อย่างมากในสายตานักธุรกิจ ผลลัพธ์จะสะท้อนออกมาเป็นเม็ดเงินที่นายทุนโอนมาสนับสนุนโครงการของคุณ เมื่อคุณได้รับเงินครบตามต้องการ หรืออาจจะมากกว่าถ้าไอเดียมันโดนจริงๆ เมื่อนั้นคุณจะมีเงินทุนมากพอที่จะกระโดดไปลุยกับกิจการส่วนตัวอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนลาออกจากงานประจำ

 

richard-branson-screw-it-e1363005858469

จงคิดนอกกรอบระบบการศึกษาในระบบ

ริชาร์ด แบรนสัน ย้ำว่า แม้คนจำนวนมากเติบโตมาเป็นลูกจ้างก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องเกิดมาเพื่อเป็นลูกจ้างตลอดไป

ปัญหาอยู่ที่ระบบการศึกษาโลกที่สอนให้ คนเรียนให้ดี เรียนให้จบ เอาเกรดและใบปริญญาไปสมัครงานดีๆ ผู้คนจึงเดินตามโปรแกรมที่วางไว้ชั่วลูกชั่วหลาน แต่ศักยภาพของการเป็นนายตัวเองมีอยู่ในส่วนลึกของทุกคน อยู่ที่มีความสามารถในการระลึกรู้ได้มากหรือน้อย เร็วหรือช้า และมีกล้าที่จะดึงมันออกมาใช้ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองหรือไม่

แต่กาลเวลามีส่วนบีบให้คนสมัยใหม่ต้อง ดึงความเป็นนายตัวเองออกมาโดยเร็ว เพราะช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดแรงงานมีความผันผวนรุนแรง คนนับหมื่นๆ ตกงานอย่างฉับพลันเป็นว่าเล่นหลังจากใช้ชีวิตบนสายอาชีพเดิมมาช้านาน

สถานการณ์โลกจะบีบบังคับให้คนต้องเลือกที่จะเป็นนายตัวเองมากขึ้น

ความผันผวนทางเศรษฐกิจและการมาของ อินเตอร์เน็ตที่มีผลต่อวิธีดำเนินกิจการของบริษัท ทำให้ความมั่นคงในงานประจำลดลงกว่าสมัยต้นยุค Gen X (ปี 1980+/- 10 ปี)

ริชาร์ด แบรนสัน บอกว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้คนเริ่มตระหนักถึงการพึ่งพาตนเองและมุ่งหน้าสู่การ สร้างอาชีพอิสระและธุรกิจส่วนตัวกันมากขึ้นเป็นประวัติการณ์

…ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เริ่มส่งผล กระทบกับระบบการศึกษาในอนาคตอย่างเห็นได้ชัด โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเริ่มหันมาผลิตหลักสูตร ผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneurship มากขึ้น…

แม้แต่ ริชาร์ด แบรนสัน เองก็สนับสนุนหลักสูตรแบบนี้ เขาทำโครงการ Virgin Money’s Fiver แก่โรงเรียนประถมในอังกฤษโดยการให้เงินทุน 5 ปอนด์แก่นักเรียนอายุ 5-11 ปีในหลักสูตร การบ้านคือนำเงินจำนวนนี้ไปต่อยอดทำกำไรและกลับมารายงานผลงานต่อครู!

….แน่นอนว่าธุรกิจไม่เคยรับประกันความ สำเร็จให้ใคร แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะหยุดยั้งคุณให้อยู่ในงานประจำที่คุณไม่ได้รัก คนที่พบแนวทางที่ใช่เป็นคนโชคดีและควรเดินหน้าลุยในสิ่งที่เหมาะสมกับความ สามารถของคุณ จงมีความสุข และสนุกกับการทำธุรกิจทีรัก และต่อให้คุณล้ม เรียนรู้จากจุดที่คุณหกล้ม แล้วคุณจะเก่งและแกร่งขึ้นในก้าวต่อไป

-ริชาร์ด แบรนสัน-

………………………..

ขอบคุณที่มาจาก : www.theceoblogger.com/richard-branson-lesson-1

 

2015-12-16

About admin