สุดยอดวิชา “เต่ากับกระต่าย”

 

1st Round กาลครั้งหนึ่ง เต่ากับกระต่ายเถียงกันว่าใครเร็วกว่ากัน ทั้งคู่จึงตกลงที่จะวิ่งแข่ง โดยกำหนดเส้นทางแข่งและเริ่มการแข่งขัน เจ้ากระต่ายนำโด่งมาไกลก็เลยชะล่าใจ คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้แป๊บนึงก่อน แต่เผลอหลับยาววว ตื่นมาอีกทีเจ้าเต่าก็เข้าเส้นชัยคว้าแชมป์ไปแล้ว!!!นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า ช้า ๆ แต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้ (เหมือนกัน)?

นี่เป็นเวอร์ชั่น ที่เราคุ้นหูกัน ไม่นานมานี้มีคนเล่าเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจให้ฟัง?

2nd Round กระต่ายสันหลังยาว ก็อารมณ์เสียที่แพ้เต่า มันจึงค้นหาจุดอ่อนและสิ่งที่พลาดของตนเอง ก็พบว่าความมั่นใจในตนเองเกินไปบวกกับความขี้เกียจของมันเองนั่นแหละ ส่งผลให้แพ้ ถ้าไม่เผลอหลับซะอย่าง เจ้าเต่าน่ะรึจะเอาชนะมันได้ กระต่ายจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง และเต่าก็ยินยอม แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอยเราได้ข้อคิดอะไรล่ะ…ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้ เร็วและสม่ำเสมอ ถ้าเราเปรียบเทียบคนทั้งสองคนในองค์กรของเรา คนนึงช้าจริง ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน แต่ทำอะไรๆ ไม่เคยพลาด ไว้ใจได้ในผลงานของเขา เทียบกับอีกคนนึงที่เร็วและก็พอวางใจและไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้นมากกว่า? ไอ้ช้าแต่ชัวร์น่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ให้เร็วและเชื่อถือได้นี่ก็ยังดีกว่า

แต่…เรื่องยังไม่จบแค่นี้

3rd Round คราวนี้ถึงตาเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง และมันก็พบว่าเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะชนะเจ้ากระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้ มันก็คิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่ แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย เจ้ากระต่ายก็ว่าย่อมได้อยู่แล้ว พอการเริ่มแข่งเริ่มปุ๊บ เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้า ออกไปเต็มสปีดเลย จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง ซวยละซิ!!!.. เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะคราวนี้?? เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลยเจ้ากระต่ายมัวแต่งงว่าจะทำไงดี จนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้ว ลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัยนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…พิจารณาจุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขันให้ตนเองได้เปรียบมากที่สุด

ยัง…ยังเร็วไปที่จะจบเพียงแค่นี้ ยังมีต่อ…

4th Round ด้วยน้ำใจนักกีฬา ครั้งนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ต่างคนต่างมาระดมสมองช่วยกัน หากทั้งสองร่วมมือกันการแข่งแบบเมื่อครั้งล่าสุดจะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น ดังนั้นพวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์คเริ่มต้นด้วยเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็ว จนถึงริมแม่น้ำ เจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าวิ่งต่อจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน ผลการแข่งขันครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย มากกว่าการแข่งขันทุกครั้งก่อนหน้านิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ยังไงก็ไปไม่รอด เพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เราเจ๋ง คนอื่นเจ๊ง ในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊ง แต่คนอื่นเจ๋ง

ทีมเวิร์ค มีจุดสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้น ๆ เป็นผู้นำกลุ่มในแต่ละช่วงสถานการณ์ที่เหมาะสม กับความสามารถของเขา

นอกจากนี้เรายังได้บทเรียนอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ไม่ว่ากระต่ายหรือเต่า เมื่อเกิดเหตุที่พ่ายแพ้ก็ไม่มีใครที่คิดเลิกล้มเลิกหรือท้อแท้ กระต่ายแก้ไขจุดบกพร่องของตนโดยการทำงานที่หนักขึ้นและเพิ่มความมุมานะในงานของตน ส่วนเจ้าเต่าได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนใหม่ เพราะตัวมันเองได้ทำงานหนักที่สุดเท่าที่มันจะสามารถทำได้แล้ว ในชีวิตจริงเมื่อเราพบกับปัญหาหรือความล้มเหลว บางครั้งเราก็ควรจะทำงานและเอาใจใส่ในงานมากขึ้น บางครั้งเราก็ควรเปลี่ยนแผนการทำงานและทดลองในสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไป และในบางครั้งก็จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่าง

นอกจากนั้น กระต่ายกับเต่าก็ได้บทเรียนที่สำคัญอีกอย่างคือ เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับตัวบุคคลแล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทน พวกมันจะทำงานได้ดีขึ้น

โดยสรุป….เรื่องราวของกระต่ายกับเต่าสอนเราในหลายๆ อย่าง ความรวดเร็วเสมอต้นเสมอปลายชนะความอืดอาด การดึงศักยภาพในตัวของเราออกมาและทำงานร่วมกันเป็นทีม ย่อมดีกว่าการทำงานคนเดียว อย่ายอมแพ้เมื่อพบกับความล้มเหลว และสุดท้ายคือจงแข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่กับตัวบุคคล

 


ที่มา : www.kwamru.com

คลิกที่ลิงค์เพื่ออ่านจากทแหล่งที่มา

About Manat Zaa