องค์กรแห่งความสุข ทำงานนอกสถานที่ ชีวิตที่ออกแบบได้

 11

องค์กรแห่งความสุข ทำงานนอกสถานที่ ชีวิตที่ออกแบบได้

คนทั่วไปยังเข้าใจว่าเงินเดือนคือคำตอบของพนักงานประจำ แต่ทราบหรือไม่ว่าผลงานวิจัยที่ทยอยออกมาบ่งชี้ว่า การที่บริษัทตอบแทนค่าแรงพนักงานเป็นเงินเดือนเพียงอย่างเดียว เริ่มไม่ใช่คำตอบที่ตรงใจพนักงานยุคนี้อีกต่อไปเพราะปัจจุบันคนทั่วไปมีทางเลือกในการสรรหาแหล่งทำงานใหม่ ๆ มากขึ้น พนักงานจึงเริ่มหันมาให้ความสนใจในบรรยากาศของการทำงาน ที่มีผลต่อการสร้างความสมดุลให้กับจิตใจและร่างกายมากขึ้น 

แนวคิดนี้เรียกว่า “Happy Workplace” หรือ “การสร้างความสุขในที่ทำงานเงินเดือน-ตำแหน่งไม่ใช่คำตอบ ทุกวันนี้แต่ละองค์กรมีเจเนอเรชั่นของพนักงานไม่ต่ำกว่า 3-4 รุ่น แต่ละรุ่นมีโจทย์ในการสร้างความผูกพันกับองค์กรแตกต่างกัน ก่อให้เกิดความต้องการที่ไม่ซ้ำแบบ เช่น ตำแหน่ง, เงินเดือน, แพ็กเกจท่องเที่ยวและสุขภาพ, ประกันภัย, เงินออมหลังเกษียณ หรือแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ในแง่ไลฟ์สไตล์ จึงไม่น่าแปลกใจหากเราจะเริ่มได้ยินพนักงานรุ่นใหม่พูดว่าไม่ขอเข้าบริษัท แต่จะทำงานส่งทางอีเมล์

หรือยอมเงินเดือนลดลงแต่มีเวลาได้ท่องเที่ยวมากขึ้น หรือพนักงานที่มีครอบครัวต้องการแพ็กเกจคุ้มครองสุขภาพเผื่อแผ่แก่ลูกและคู่สมรส ต้องการวันลาพักร้อนที่ตรงกับวันหยุดปิดเทอมของลูก หรือพนักงานที่อยู่ในวัย 50 ขึ้นไปจะเริ่มมองหาแพ็กเกจคุ้มครองสุขภาพ และประกันรายได้หลังเกษียณ เป็นต้น ดังนั้น องค์กรจำเป็นจะต้องมองให้เห็น และเข้าใจในความแตกต่างของสมาชิกแต่ละคน อาทิ Baby Boomers (2489-2507) ทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ ให้ความสําคัญกับความสําเร็จ ต้องการความมั่นคงและต้องการชื่อเสียง

          Gen X (2508-2522) เน้นผลลัพธ์ของงาน ทำงานโดยยึดตนเองเป็นหลัก ทํางานได้หลากหลายปรับตัวเข้ากับสภาวะต่าง ๆ ได้ง่าย

          Gen Y (2523-2543) รักอิสระ, ชอบงานท้าทาย, อยากเห็นผลสำเร็จของงานทันที, ทำงานเป็นทีม,เก่งเรื่องเทคโนโลยี, ปรับตัวได้เร็ว, มีความคิดสร้างสรรค์ และมี Network มาก

          Gen Z (2544 เป็นต้นไป) ยึดมั่นกับความโปร่งใส, ยืดหยุ่น, มีอิสระ และพึ่งตนเองในการทำงาน .ต้องการทำงานที่ถูกใจตัวเอง ต้องการให้ความคิดเห็นของตัวเองถูกรับฟัง Social Networks ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องมีในที่ทำงาน

 

ความสุขในที่ทำงาน

Cornell University มหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกา มีการจัดทำโครงการ Happy Workplace ในส่วนของช่วงเวลาและสถานที่ทำงานที่ตรงกับความต้องการของบุคลากรแต่ละคน เช่น การเริ่มงานในเวลาที่ต้องการ แต่ทั้งนี้ต้องทำงานให้ครบตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนด การทำงานนอกสถานที่ อาทิที่บ้าน ร้านกาแฟ หรือ Coworking Space และการให้พนักงาน 2 คน Share งาน 1 หน้าที่หากลองสังเกตให้ดีจะพบว่า หลายองค์กรที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ต่างให้ความสำคัญกับพนักงาน

ในทุก Generations พร้อมเล็งเห็นถึงความสำเร็จที่ได้มาจากการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น แนวคิดการบริหารองค์กรแบบ Happy Workplace หรือ Work/Life Balance จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น ในต่างประเทศ “SAS Software” บริษัทติดอันดับ 100 Best Companies to Work For มานานกว่า 13 ปี มีการจัดทำ Package ผลตอบแทนที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานในแต่ละกลุ่ม เช่น พนักงานที่มีครอบครัว พนักงานที่เตรียมตัวเกษียณอายุ รวมถึงการดูแลหลังเกษียณ พนักงานที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ

 

พนักงานออกแบบแพ็กเกจ

ในประเทศไทยเริ่มมีหลายบริษัทที่นำโครงการ Happy Workplace มาใช้ ตัวอย่างเช่น บริษัทเอพีเอ็ม กรุ๊ปที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาองค์กรและบุคลากร มีการวิเคราะห์ความต่างของแต่ละเจเนอเรชั่น โดยอาศัยความร่วมมือจากพนักงานแต่ละเจนฯช่วยวางแผนและออกแบบแพ็กเกจ ใช้ระยะเวลานานกว่า 1 ปี จนได้ Package ที่หลากหลายและสามารถตอบสนองในสิ่งที่พนักงานแต่ละคนต้องการอย่างแท้จริง อาทิ

          หนึ่ง การปรับโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นได้ทั้งตัวเงิน และที่ไม่ใช่ตัวเงิน

          สอง ระบบการทำงานที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ

          สาม การปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในออฟฟิศให้น่าทำงานยิ่งขึ้น เช่น เพิ่มพื้นที่พักผ่อน,ปรับห้องครัว, เพิ่มมุมกาแฟ เป็นต้น

          สี่ สร้างวัฒนธรรมที่ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน (Honoring Culture)

          ห้า การปรับเวลาการทำงานให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน อาทิ Full Time/Part Time/Flexible Hour และอื่น ๆ อีกมากมายโดยทั้งนี้ให้พนักงานเลือกแพ็กเกจที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากที่สุด 
แนวคิด Happy Workplace ถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจในการสร้างให้พนักงานรับรู้ถึงความรู้สึกที่องค์กรให้ความใส่ใจในตัวตนของพนักงาน เพราะไม่เพียงทำให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงาน หากยังทำให้พนักงานรู้สึกอยากทุ่มเทให้กับองค์กรที่จะช่วยนำพาองค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน 

 

ขอบคุณที่มา : thaitrainingzone.com

About Manat Zaa