เหตุที่คุณเกลียดพ่อไม่ได้เพราะ….

2013-12-02

อ่านจนจบคุณจะไม่มีวันเกลียดพ่อของคุณอีกต่อไป…..

 

จากกระทู้ : ใครเคยโกรธเกลียดพ่อบ้างมั้ยคะ

ดิฉันทุกข์ใจกับพฤติกรรมของพ่อตัวเอง รู้สึกไม่รัก ไม่อยากอยู่ร่วมกันเลย ทะเลาะกันประจำ ดิฉันเป็นคนอารมณ์ร้อน พ่อด่ามาดิฉันก็ว่ากลับ จนโดนด่าว่าเป็นลูกทรพีก็โดนมาแล้ว ให้ไปขอขมาพ่อดิฉันยังไม่อยากไปเลย รู้สึกอยากให้หมดเวรหมดกรรมในชาตินี้ ไม่อยากเจอกันอีก จะทำไงดีคะ ไม่อยากมีความรู้สึกแบบนี้เลย

ตอบ

๑. พึงทราบว่าพ่อแม่เป็นผู้มีคุณเพราะทำให้เราได้เกิดมาเป็นคน การได้เกิดเป็นคนเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในโลก..

๒. การรู้คุณแลตอบแทนบุญคุณพ่อแม่เรียกว่ามีกตัญญูกตเวที เป็นมงคลของชีวิต

๓. พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก เมื่อเรากระทำการใดๆกับท่านย่อมเป็นที่มาของ”ผล”อันยิ่ง..หากเราทำดีกับท่าน ผลดีที่จะด้รับก็มหาศาล หากเราทำชั่วกับท่าน แม้เพียงด้วยวาจามีการด่าเป็นต้นอานิสงค์มีความวิบัติเป็นอันมากรออยู่

๔. พึงทราบว่าสัตว์ทั้งหลายเกิดมาร่วมเผ่าพงศ์วงตระกูลกันเพราะอำนาจแห่งกรรมของตนๆจัดสรรค์มาไม่ได้มาเพราะพระเจ้าที่ใหนบันดาลหรือเพราะโชคเป็นต้น

…..สิ่งทั้งปวงมีมาจากเหตุทั้งสิ้น

..นี้เป็นหลักความจริงในธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ และทรงนำมาบอกกล่าวแก่สัตว์เพื่อจะได้รู้เท่าทัน เพื่อละเว้นการทำเหตุเสียที่จะนำผลที่เลมาสู่ตน…

การที่คุณถูกพ่อด่าว่านั้น ก็มาจากเหตุเก่าที่คุณได้เคยล่วงทุจริตทางวาจามีการด่าคนอื่นมาก่อนแล้ว จึงปรากฏผลคือถูกด่าทุกเมื่อเชื่อวันเช่นนี้ เมื่อทำเหตุเสียไว้ ผลที่ดีจะมีได้อย่างไร เมื่อคุณทำบาปใหม่คือด่ากลับ โดยเฉพาะกับพ่อที่ทำให้คุณเกิดมา ผลจะมากมายเผ็ดร้อนประการใด สุดจะคาดเดาได้..แต่พออนุมานได้ว่า เมื่อตายไปจะเข้าถึงนรกวินิบาตอบายภูมิ ต่อด้วยการได้เกิดในเดรัจฉานภูมิ หากยังพอมีบุญนำเกิดในมนุษย์ภูมิ อำนาจของเศษกรรมที่เหลือจะส่งผลให้เกิดในครอบครัวที่มีพ่อแม่คอยด่าทอ แม้ไม่มีเหตุผลอะไรๆเลย ท่านก็หาเรื่องด่าทอไปจนได้ ในขณะที่พี่น้องอื่นๆไม่ถูกด่าเลยหรือถูกด่าแต่น้อย..

แม้ในอัตภาพนี้คือปัจจุบันชาตินี่แหละ เมื่อเราเคยด่าพ่อแม่เราไว้ พอเราอยู่ในฐานะพ่อแม่บ้าง กรรมผู้ซื่อสัตว์ย่อมนำผลมาส่งให้สมเจตนาที่ตนเคยทำไว้นั่นแหละ ก็จะถูกลูกสุดที่รักดังแก้วตานั้นด่าทอให้รันทดหดหู่ น่าสลดสังเวชแก่ผู้พบเห็นโดยถ้วนทั่ว ทั้งตัวก็นึกไม่ได้คิดไม่ออกว่านี่คือผลจากเหตุที่ตนนั่นเองทำไว้ ใครที่ใหนจะทำกรรมอะไรให้ใครได้ย่อมไม่มีเลย…

จึงเรียกว่า วงจรกรรมได้หมุนครอบรอบด้วยประการฉะนี้ การที่จะหลุดจากวงจรนี้ ทำได้ด้วยการยุติการ”ด่ากลับ” พยายามนิ่งเงียบ “ให้มาก”.. เมื่อได้ยินพ่อด่า พึงนึกว่า นี่เป็นเสียงที่ลอยมากับลม อย่าเอา”เรา” เข้ารับ..เพราะเมื่อเอา”เรา”ไปรับ ก็จะเป็น” เป้า”ให้เดือดร้อนทุกที ..จงคิดว่า เพราะเราทำกรรมไม่ดีมาจึงต้องได้ยินเสียงด่า เมื่อด่าจบไป แสดงว่าผลชั่วลดลงแล้ว ไม่นานมันจะหมดไป…ส่วนพ่อ ปกติเมื่อลูกด่ากลับก็ได้ปัจจัยที่จะด่าต่ออีก แต่วันหนึ่ง เมื่อลูกนิ่ง พ่ออาจ”ช็อค” เพราะสิ่งนี้ไม่เคยปรากฏ พ่อจะเห็นว่า แหมคำด่าของตรูช่างไม่มีประสิทธิภาพเลย พ่ออาจเพิ่มความรุนแรงในคำด่าให้ยิ่งขึ้นไป เมื่อเรายังนิ่งอยู่ อาจมองพ่อด้วยความสงสารว่ากำลังเล่นละครให้เราดู เมื่อเราไม่ร่วมแสดง..พ่อก็คงไม่สนุกที่จะด่า”หัวตอ”ที่ไม่โต้กลับมา ในที่สุดก็เลืกราไปเองเพราะไม่ได้ปัจจัยที่จะค้นคิดคำด่า..

ลองทำตัวเป็นหัวตอให้พ่อด่าสักหน่อยเถิด ..คิดดูสิว่าถ้าให้เรานั่งด่าคนที่ไม่โต้กลับ เราอยากด่าต่อใหม ..ผมว่าด่าอยู่๑๐นาทีก็เลิกแล้ว.. เพราะมันเบื่อ ดีไม่ดีนึกด่าตัวเองอีกว่านี่ตรูถ้าจะบ้ามานั่งด่าหัวตออยู่ พาลสงสารหัวตอเข้าไปอีกน่ะนา ..

ฝึกนิ่งดูครับ ถ้าอยากฝึกอย่างได้ผล ขอเเนะนำไปที่นี่เลยครับ แล้วจะรู้ว่า เงียบแล้วดีเป็นอย่างไร
เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ..

ที่มา : http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=30726

.

.

.

และสุดท้ายพ่อแม่เรา ก็คือพ่อแม่เราอยู่ดี จะดีจะร้ายก็คือพ่อแม่เรา เรามักให้ความหมายไว้มากมาย ว่าพ่อคือคนที่ดูแล คือคนที่ต้องเอาใจใส่ เป็นคนที่ต้องช่วยเหลือ มักเปรียบเทียบกับพ่อแม่เพื่อนๆ คนอื่นๆ จริงแท้นั้นเป็นอย่างไรกัน

พ่อก็คือพ่อผู้ให้กำเนิด ให้ชีวิตเรามาสร้างบุญ สร้างบารมี สร้างชีวิตให้เราเพียงเท่านี้ก็เป็นพระคุณที่ไม่อาจตอบแทนได้หมดแล้ว แล้วเราจะให้ความหมายอะไรกับคำว่าพ่อหรือแม่อีกละ…

 

About admin