สิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของผู้ที่โกหก จนเป็นนิสัย จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์

smartphone-1445448_1280

เคยสงสัยกันมั้ยว่า คนที่โกหกบ่อยๆ นั้น เขาไม่เหนื่อยกันบ้างหรือยังไง? หรือว่าเขารู้สึกอะไรกันบ้างรึเปล่า? หรือเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆ ก็โกหก รึเปล่า? วันนี้เรามีคำตอบมาให้จ้า

ทุกๆ ครั้งที่เราโกหกนั้น การโกหกครั้งต่อๆ ไปจะง่ายขึ้น และโปรมากขึ้นเสมอ หลายๆ คนเชื่อแบบนั้น ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์แห่ง University College London ประเทศอังกฤษ เลยได้ตัดสินใจศึกษาเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง เพื่อศึกษากระบวนการทางสมอง เมื่อคนทำการ ‘โกหก’ บ่อยๆ จนเป็นนิสัยล่ะ

 

โดยใช้เรื่องง่ายๆ อย่างเกมๆ หนึ่ง กับเหล่าอาสาสมัคร

1

 

เกมนั้นง่ายแสนง่าย คือการเอาโถใบหนึ่งใส่เหรียญให้เต็ม แล้วให้คนหนึ่งพยายามสื่อสารและบอกเพื่อนร่วมทีมของเขาว่าในโถมีเหรียญอยู่กี่เหรียญ

ซึ่งรางวัลที่ได้นั้นก็จะแตกต่างกันออกไป หากร่วมมือกันก็จะได้รางวัลที่ดีกว่า แต่ในบางครั้ง ถ้าคนหนึ่งเลือกที่จะโกหกเพื่อนรางวัลก็อาจจะดีมากกว่านั้นไปอีก

ขณะที่กระบวนการและเกมดำเนินไปเรื่อยๆ เหล่านักวิจัยก็จะใช้เครื่องสแกนสมอง fMRI เพื่อดูปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในสมองของคนแต่ละคน

ซึ่งในขณะที่โกหกนั้น สมองในส่วนของ Amygdala นั้นจะเรืองแสงขึ้นบนเครื่องสแกน

2

 

กล่าวคือในสมองส่วนนี้นั้น ราวกับเป็นศูนย์ควบคุมอารมณ์ในสมองของเรา มันจะเรืองแสงในเครื่องสแกนเมื่อเราเกิดความรู้สึกที่ตึงเครียด เช่นเวลารู้ข่าวร้ายต่างๆ หรือเรื่องราวที่ประหลาดใจจนมากระทบความรู้สึกของเรา

และในกรณีนี้ สมองส่วนนี้จะเรืองแสงขึ้นเมื่ออาสาสมัครโกหกเพื่อนของตัวเอง !!

แต่เรื่องที่น่าสนใจก็คือ สมองส่วนนี้ไม่ได้เรืองแสงอยู่ตลอดระหว่างเกมโกหกนี้…

3

 

ทุกๆ ครั้งที่อาสาสมัครโกหกเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง สมองส่วนนี้จะเรืองแสงน้อยลงเรื่อยๆ และจะยิ่งลดลงไปถ้าเรื่องโกหกนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่ขึ้น นั่นหมายความว่าทำให้คนคิดอะไรน้อยลง

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งนั้น การโกหกครั้งแรกๆ อาจทำให้คุณรู้สึกผิด ความตึงเครียดทางอารมณ์จึงเกิดขึ้น แต่พอเราโกหกเรื่อยๆ นั้น

ความรู้สึกเหล่านี้จะหายไป และจะทำให้โกหกง่ายขึ้นและบ่อยขึ้นไปอีก!!

เพราะฉะนั้นในเหตุการณ์นี้เราจะเห็นได้ว่า หลายๆ คนนั้นอาจจะแก้ตัวว่าโกหกเพื่อรักษาความรู้สึกคนอื่นๆ แต่พอทำบ่อยๆ ขึ้นนั้น แท้จริงแล้วเราไม่ได้โกหกเพื่อรักษาความรู้สึกของพวกเขาหรอก แต่เราโกหกเพื่อตัวเราเองหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วเราไม่รู้สึกถึงพวกเขาเลยด้วยซ้ำ!?

Neil Garrett นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมวิจัยกล่าวว่า

‘นี่เป็นกรณีที่เราศึกษาเกี่ยวกับการโกหกเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วสามารถต่อยอดเข้าไปในเรื่องของการตัดสินใจอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเราก็ต้องศึกษาต่อไปอีก’

 

ที่มาภาพและข้อมูล : www.catdumb.com

About Manat Zaa