ใครเป็นทุกข์มากกว่ากัน ระหว่างคนที่เกลียดเขา กับ คนที่ถูกเขาเกลียด

02

ที่มาภาพ : http://image.dek-d.com/26/2076199/113156580

 

ใครเป็นทุกข์มากกว่ากัน  ระหว่างคนที่เกลียดเขา  กับ  คนที่ถูกเขาเกลียด

 
ความรักไม่มีเหตุผล  แต่ความเกลียดย่อมมีเหตุผลเสมอ
 

ถามตัวเองก่อนซิว่า ทำไมถึงเกลียด?

 
1. อิจฉาริษยาหรือหมั่นไส้เขา ที่เขามีอะไรดีๆกว่า เช่น หน้าตาดีมีเสน่ห์กว่า มีฐานะการเงินดีกว่า มีความรู้ความสามารถมากกว่า  มีโชคดีมีความสุขมากกว่า  มีชื่อเสียงดีกว่า ก็อาจเป็นสาเหตุให้ไม่ชอบขี้หน้าเขาได้ 
 
2. เขาทำให้ต้องสูญเสียผลประโยชน์อะไรบางอย่าง  เช่น ทำให้ต้องสูญเสียคนรักไป ทำให้ต้องสูญเสียเงิน สูญเสียงานไป ก็อาจเป็นสาเหตุให้ไม่ชอบเขาได้
 
3. เขาทำอะไรที่ไม่ดี ไม่น่ารัก ขี้โม้โอ้อวด  นินทาว่าร้าย พูดจาเย้ยหยันเสียดสี หรือกลั่นแกล้ง ทรยศหักหลัง ก็อาจเป็นสาเหตุให้ไม่ชอบเขาได้อีกเหมือนกัน
 
4. แม้แต่คนที่เคยรักกัน เคยหลงใหลอย่างมากมาย  พอเขาหมดรัก หรือทิ้งไปมีคนรักใหม่  ก็อาจเป็นสาเหตุให้โกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังเขาได้อีกเหมือนกัน
 
5. แม้แต่คนที่เคยรัก  แต่เพราะเขาไม่เป็นได้ดังใจ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง  ก็อาจเป็นสาเหตุให้เรารู้สึกโกรธหรือเกลียดขึ้นมาได้ด้วย
 
6. ความคิดเห็นไม่ตรงกัน   ความคิดเห็นแตกต่างกัน  คนใจแคบ  ใจไม่เปิดกว้าง ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ไม่เคารพความคิดเห็น  หรือความเป็นส่วนตัวของคนอื่น  ก็อาจเป็นสาเหตุให้จงเกลียดจงชังอีกฝ่ายหนึ่งได้
 
 
แต่……  ไม่ว่าความรู้สึกโกรธ  เกลียด นั้นจะมีสาเหตุมาจากอะไรก็ตาม   คิดดูให้ดีสิว่า…คนที่เกลียดเขา  กับ  คนที่ถูกเขาเกลียดนั้น   ใครเป็นทุกข์มากกว่ากัน
 
 

พฤติกรรมที่กระทำต่อคนที่ตัวเองเกลียด:

 
1.  คิดแช่งชักหักกระดูก   อยากเห็นความพินาศวิบัติของเขา   เช่น อยากเห็นเขาตกต่ำ   เจ็บป่วย  มีอุบัติเหตุ  มีความทุกข์  ผิดหวัง  เสียใจ  เสียเงินเสียทอง  เสียชื่อเสียง   เสียเพื่อน   ได้รับความอับอาย   เสียหน้า  ฯลฯ
 
2. พูดหรือเขียนถ้อยคำต่อว่าต่อขานเขา   ด่าว่าเขา   นินทาเขา   ประจานเขา   สาบแช่งเขา   พูดหรือเขียนถ้อยคำส่อเสียด เหยียดหยามเขา   ดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนเขา   พูดหรือเขียนถ้อยคำใส่ร้ายป้ายสีเขา  ยุแหย่ให้เขาถูกมองในแง่ร้าย   หรือ หาพวกมาร่วมเกลียดชังเขาด้วย ฯลฯ
 
3. บางคนอาจลงมือกระทำการตบตี  ใช้กำลังประทุษร้ายร่างกาย   หรือแม้แต่จะฆ่าให้ตายคามือ   หรือ  จ้างวานฆ่า   ด้วยความจงเกลียดจงชัง และผูกพยาบาทปองร้าย   หรืออาจโทรศัพท์ไปก่อกวน   สร้างความไม่สงบต่างๆ ฯลฯ
 
 
คนที่ถูกเขาเกลียด   อาจรู้ตัว   หรือ อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่ามีคนเกลียดและปองร้ายอยู่   ถ้าผู้ที่ถูกเกลียด  ไม่ได้เกลียดตอบ   คือ  ไม่ได้เป็นผู้ที่เกลียดเขาไปด้วย   จะมีพฤติกรรมดังนี้:
 
 

พฤติกรรมโต้ตอบกับคนที่เกลียดเรา:

 
1. หลีกเลี่ยงการพบปะพูดคุย   หลีกเลี่ยงการพูดถึงเขา   “จงอย่าเสียเวลาแม้แต่เล็กน้อย นึกถึงคนที่เขาไม่ชอบเรา”  เอาจิตใจและความคิดของเราไปนึกถึงคนที่เขารักเขาชอบเราดีกว่า สบายใจกว่ากันเยอะเลย  ถ้าเผลอไปนึกถึงคนที่เขาไม่ชอบเราเมื่อไร  ก็ให้เบนความสนใจไปเรื่องอื่นทันที  ฝึกทำอย่างนี้บ่อยๆ ก็จะเคยชินไปเอง   จำไว้ว่า  เวลาของชีวิตไม่ได้มีเหลือเฟือ   เอาเวลาไปใช้กับเรื่องที่คุ้มค่ากว่าการไปนึกถึงคนที่เขาไม่ชอบเราดีกว่านะ
 
2.  ถ้าเรายังมีความจำเป็นต้องติดต่อประสานงาน  หรือยังต้องอยู่ในสังคมเดียวกันกับคนที่เขาไม่ชอบอยู่  เราต้องมีวิธีทำใจ
 
เปลี่ยนวิธีการคิดและวิธีการมองของเราเสียใหม่  ด้วยการใช้เหตุผลนำหน้าอารมณ์  ถามตัวเองว่า ทำไมเขาไม่ชอบเขา  เพราะอะไร     ถ้าเพียงเพราะเขาอิจฉาหรือหมั่นไส้เรา  เราก็ควรสงสารและเมตตาเขา ที่เรามีอะไรดีๆกว่าเขา   สอนใจตัวเองอย่างนี้บ่อยๆ  อีกหน่อยเราจะเป็นคนที่มีเมตตาเสมอ   ไม่สะทกสะท้านกับความรู้สึกเกลียดชังของคนอื่น  แต่กลับสงสารและเห็นใจ
 
ถ้าเขาทำไม่ดีกับเรา  ชอบนินทาว่าร้ายเรา ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งเรา ทำให้เราสูญเสียผลประโยชน์  แทนที่เราจะไปโกรธไปแค้นเขา  เราก็ควรทำใจว่า  สิ่งที่เขาทำนั้น  เราคงไม่ต้องไปสะทกสะท้านอะไร  เพราะ  “บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น”  คนดี ย่อมทำแต่สิ่งดีๆ  คนที่ทำไม่ดีกับเรา  เพราะเขาเป็นคนไม่ดี   ถ้าเราไปโต้ตอบด้วยการทำไม่ดี เราเองต่างหากที่จะกลายเป็นคนไม่ดีซะเองด้วย   
 
ถ้าหากเราต้องรับเคราะห์กรรมจากการกระทำกลั่นแกล้งของคนอื่น   นั่นเป็นเพราะเราอาจได้เคยกระทำไม่ดีต่อใครบางคนมาก่อน  แล้วสิ่งที่เราเคยทำไว้นั้น  ก็ย้อนกลับมาหาเรา   ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา   เราสมควรได้รับเสมอ   หากจะมีสิ่งใดไม่ดีเกิดขึ้นแก่ชีวิต   อย่าโทษใคร  เพื่อที่เราจะไม่ต้องรู้สึกโกรธหรือเกลียดใครตอบ    จงยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และหาหนทางแก้ไข ด้วยสติปัญญา  ไม่ใช้อารมณ์โกรธเกลียดในการแก้ปัญหา
 
จงมองคนที่ทำไม่ดีกับเรา มองด้วยเหตุผลว่า  เพราะเขาเป็นคนไม่ดี  เขาจึงทำไม่ดี   แต่เราไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์โกรธเกลียด    เขาก็เป็นเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งของเรา   เพียงแต่เราต้องรู้เท่าทันคน  ไม่ตกเป็นเหยื่อเขา และ ไม่ตกเป็นเหยื่ออารมณ์โกรธเกลียดของเราเอง    คนไหนไม่ดี  ถ้ายังต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน  เราก็คบหาแบบผิวเผิน   ไม่ต้องให้ความสนิทสนมมากนัก  แต่ไม่จำเป็นต้องโกรธเกลียดเขาเลย    ควบคุมอารมณ์และจิตใจตัวเองได้  เราจะควบคุมชะตากรรมของเราได้เสมอ  เพราะการควบคุมอารมณ์และจิตใจตัวเอง   คือการคิดอย่างมีสติมีปัญญานั่นเอง
 
 
ฉะนั้น   ไม่มีเหตุผลใดๆเลย  ที่จะทำให้เราต้องโกรธ  ต้องเกลียดใคร    เพราะ  การโกรธเกลียด  ทำให้ใจเราไม่มีความสุข และ ไม่มีความสงบ   ไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไร  เขาย่อมต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาเอง  สิ่งที่เขากระทำต่อคนอื่น  ย่อมย้อนกลับมาสู่ตัวเขาเสมอ  เหมือนบูมเมอแรง
ที่มา : www.oknation.net

About Manat Zaa