หัด “ขอบคุณ” ทุกสิ่ง ในแต่ละวัน

thank

 เขียนบันทึกขอบคุณ การเตือนตัวเองว่าต้องขอบคุณอะไรและการบันทึกความรู้สึกขอบคุณสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันช่วยสร้างนิสัยขอบคุณทุกสิ่งให้เกิดขึ้นในตัวคุณ ไม่ว่าตอนนี้ชีวิตจะลำบากแค่ไหน เราทุกคนต่างมีบางอย่างที่ต้องขอบคุณเสมอ บางอย่างที่สะท้อนแสงแห่งความกตัญญู การค้นหาสิ่งที่เราต้องขอบคุณในแต่ละช่วงเวลาจะช่วยให้คุณรับมือกับด้านอื่น ๆ ของชีวิตได้ดีขึ้น

  • เขียนสิ่งที่คุณขอบคุณวันละ 3 – 5 อย่าง อาจจะเป็นเรื่องธรรมดา ๆ อย่าง “ดวงอาทิตย์ส่องแสง” หรือเรื่องใหญ่ ๆ อย่าง “แฟนขอฉันแต่งงาน”
  • ใช้เวลาเล็กน้อยในแต่ละวันนึกว่า สิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณมากที่สุดในวันนั้นคืออะไร ไม่แน่ว่าคุณอาจจะมีเรื่องให้เขียนขอบคุณมากกว่า 5 อย่างก็ได้
  • เวลาที่ชีวิตเจอเรื่องแย่ ๆ การกลับไปดูสิ่งที่คุณเขียนขอบคุณไว้ก่อนหน้าจะมีประโยชน์กับคุณมาก ถ้ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากจริง ๆ หาสิ่งเล็ก ๆ ที่คุณจะรู้สึกขอบคุณได้ เช่น ถ้าคุณป่วยเป็นโรคระยะสุดท้าย การขอบคุณที่ตัวเองเป็นโรคคงทำได้ยากมาก แต่คุณก็ยังสามารถขอบคุณสิ่งอื่น ๆ ได้ เช่น มีคนเอาอาหารเย็นมาให้ มีเตียงอุ่น ๆ มีแมวมาพันแข้งพันขา สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ช่วยให้คุณอดทนกับจิตใจที่บอบช้ำกับเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิต (อาการป่วย) ได้มากขึ้น

 มองมุมกลับ ปรับมุมมอง คนที่ขอบคุณทุกสิ่งในชีวิตไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายไปกว่าคุณ จริง ๆ แล้วคนที่ซาบซึ้งบุญคุณของสิ่งต่าง ๆ มากที่สุดหลายคนเป็นคนที่เคยมีเรื่องเลวร้ายอย่างไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา แต่พวกเขาเข้าใจว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์ แต่อยู่ที่วิธีมองสถานการณ์ของเราต่างหากที่ทำให้สถานการณ์มันง่ายหรือยากขึ้น

  • ใช้คำให้ถูกต้อง การใช้คำที่มีความหมายลบและการตราหน้าสิ่งต่าง ๆ ทำให้สถานการณ์ยากลำบากกว่าเดิมและทำให้คุณซาบซึ้งใจยากกว่าเดิมด้วย เช่น การตราหน้าอาการป่วยว่า “โรคเลวร้ายของฉัน” จะทำให้สถานการณ์แย่กว่าการพูดแค่ว่า “โรคที่ฉันเป็น” เพราะการพูดว่า “โรคที่ฉันเป็น” นั้นนอกจากจะเน้นว่าโรคไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคุณแล้ว คุณยังทำให้คำพูดเป็นคำกลาง ๆ มากกว่าจะฟังดูลบด้วย
  • การวิจารณ์ตัวเองและผู้อื่นทำให้คุณขอบคุณสิ่งต่าง ๆ จากใจจริงได้น้อยลง เมื่อไหร่ก็ตามที่กำลังวิจารณ์ตัวเองหรือคนอื่นในแง่ลบ ให้หยุดและเปลี่ยนมุมมองใหม่ เช่น แทนที่คุณจะคิดว่า “ฉันโง่เลขจริง ๆ” ก็ให้พูดว่า “ฉันทำโจทย์เลขข้อนี้ไม่ได้” วิธีนี้คือการตั้งกรอบมุมมองใหม่ ทำให้คุณเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวคุณ แต่ปัญหาคือความไม่เข้าใจระหว่างคุณกับโจทย์เลขข้อนี้ และเป็นสิ่งที่คุณสามารถเอาชนะได้

 ฝึกเจริญจิตภาวนา การมีสติอยู่กับปัจจุบันจะทำให้สมองของคุณไม่วิ่งไปข้างหน้าและกังวล ไม่วางแผนอนาคตและไม่ติดอยู่กับอดีต การฝึกเจริญภาวนาเป็นการฝึกขอบคุณทุกสิ่งอย่างหนึ่ง เพราะคุณกำลังแทรกซึมตัวเองเข้าไปในปัจจุบัน ตระหนักรู้และขอบคุณความสำคัญของ “ปัจจุบัน”

  • ฝึกเจริญสติภาวนาขณะกินข้าว หมายความว่าไม่อ่านหนังสือ ดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์ แต่ให้จดจ่ออยู่กับอาหารที่คุณกำลังตักเข้าปาก มันร้อนไหม มันเย็นไหม รสสัมผัสเป็นอย่างไร กลิ่นแบบไหน มันหวาน เปรี้ยว หรือเค็ม
  • เจริญสติภาวนาขณะเดินเล่นหรือแค่นั่งอยู่ข้างนอก สังเกตสีท้องฟ้าและรูปทรงของก้อนเมฆ สังเกตสีและรูปทรงของต้นไม้และพืชพันธุ์ ใช้จมูกสูดกลิ่นต่าง ๆ ฟังเสียงลมพัดต้นไม้ เสียงเด็ก ๆ กำลังเล่น เสียงรถยนต์ขณะที่แล่นผ่านคุณไป
  • การฝึกเจริญสติภาวนาคือการอยู่กับช่วงเวลาที่เป็นปัจจุบันและมองเห็นความเป็นไปของสิ่งต่าง ๆ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการป่วยทางจิตเช่นภาวะซึมเศร้าหรือกังวล เพราะอาการเหล่านี้มักเกิดจากความกลัวอนาคตและความกังวลเรื่องในอดีต

 นั่งสมาธิ การนั่งสมาธิเป็นอีกวิธีที่ช่วยรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตและความไม่สบายใจทั่วไปในชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกขอบคุณและสำนึกบุญคุณสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นด้วย

  • หาที่เงียบ ๆ นั่งสมาธิวันละ 15 นาที นั่งสบาย ๆ และเริ่มหายใจเข้าออกลึก ๆ หน้าท้องจะบวมขึ้นเมื่อหายใจเข้า และแฟบลงเมื่อหายใจออก กำหนดจิตไว้ที่ลมหายใจ ถ้ามีความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นมาเรียกร้องความสนใจจากเรา ให้มองความคิดนั้นและปล่อยผ่านไป พอรู้ตัวว่าใจลอยไม่อยู่ในสมาธิ ก็กำหนดจิตที่ลมหายใจอีกครั้ง
  • การกำหนดจำนวนครั้งหายใจช่วยได้มากกว่าการกำหนดเวลาเพราะจะได้ไม่ต้องเหลือบมองนาฬิกาอยู่เรื่อย ๆ บอกตัวเองว่า “ฉันจะนั่งสมาธิหายใจเข้าออก 50 ครั้ง” ถ้านับไปนับมาแล้วลืมก็ไม่เป็นไร ! เพราะถ้าลืมนับก็อาจจะแปลว่าควรหยุดก่อน

 สร้างวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ การขอบคุณทุกสิ่งนั้นเป็นวิธีที่ดีที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและช่วยรักษาสุขภาพดีให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ คุณควรใช้ความรู้สึกขอบคุณกระตุ้นการสร้างวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพด้วยการนอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำ และกินอาหารที่ทำให้คุณแข็งแรง

  • การนอนถือเป็นส่วนประกอบหลักของการมีสุขภาพที่ดี การที่เรายังรู้สึกขอบคุณสิ่งต่าง ๆ ได้แม้ชีวิตในช่วงนั้นจะมีแต่เรื่องให้กังวลจนนอนไม่หลับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมก็จริง แต่ในทางกลับกันการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอก็ช่วยให้คุณสร้างความรู้สึกขอบคุณสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น พยายามเข้านอนก่อน 5 ทุ่มและปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ไอแพด) 30 นาทีก่อนถึงเวลาเข้านอน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะน้ำช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างทำงานได้ไม่สะดุด พยายามดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • ออกกำลังกาย การออกกำลังกาย (โดยเฉพาะแบบคาร์ดิโอ) จะหลั่งสารความสุขอย่างเอนดอร์ฟินส์ที่ช่วยควบคุมอารมณ์และทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น พยายามออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที อาจจะเป็นการออกกำลังกายง่าย ๆ อย่างการวิ่ง เปิดเพลงเต้นสัก 30 นาที หรือเล่นโยคะ
  • อาหารที่กินเข้าไปในร่างกายต้องเป็นอาหารที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข กินผักผลไม้ (ยิ่งสีเข้มยิ่งอุดมไปด้วยสารอาหาร) อย่างคะน้า พริกชี้ฟ้าแดง และกล้วย คาร์โบไฮเดรตดีอย่างข้าวกล้อง ธัญพืช ข้าวโอ๊ต โปรตีนจากปลาแซลมอน ถั่ว เนื้อไม่ติดมัน และไข่ หลีกเลี่ยงน้ำตาลและเกลือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์กับคุณมากที่สุด สลับกับอาหารตามใจปากบ้างเป็นครั้งคราว

ขอขอบคุณ : th.wikihow.com

About Manat Zaa